User Rating: / 24
แย่ดีที่สุด 

การเลือกซื้อกล้อง อาจทำให้หลายๆคนตัดสินใจยากเหมือนกันเพราะว่า กล้องมีหลายยี่ห้อ แต่ละแบรนด์ก็ออกมาหลายรุ่น เลือกซื้อยาก กว่าจะตัดสินใจได้ก็เล่นเอาซะไม่อยากได้กล้องซะแล้ว ผมมีแนวทางซึ่งอาจช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อกล้องได้ง่ายขึ้น

 

ก่อนอื่นผมขอออกตัวไว้ก่อนว่าแนวทางที่ผมแนะนำไม่ได้คิดจะทำให้ยี่ห้อใดเสียหายหรือโฆษณาให้ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง ผมจะใช้ความคิดเห็นส่วนตัว และประสบการณ์ในการพบเห็นและสัมผัสมาเป็นแนวทาง ซึ่งคุณอาจเห็นหรือไม่เห็นด้วยเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล

(**สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนการตัดสินใจซื้อกล้องอย่างหนึ่งก็คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันนี้ มีความทนทานต่อการใช้งานเต็มที่ 3ปี ถือว่าคุ้ม หากเกินนี้ถือว่าโชคดี หากต่ำกว่านี้ถือว่าโชคไม่ดี)
การเลือกซื้อแยกออกเป็นหลักๆในการตัดสินใจก็คือ

  • ดูงบประมาณ คุณมีงบประมาณที่จะซื้อกล้องระดับไหน  หมายถึง กล้องชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้ มี่ทั้งแบบมืออาชีพ และสมัครเล่น ,แบบธรรมดาก็คือ แบบคอมแพ็ค ตัวเล็ก พกพาสะดวก
  • ดูการใช้งาน เมื่อมีงบประมาณแล้ว คุณเอามาใช้งานแบบไหน เช่น รับจ้างถ่ายรูป ถ่ายเล่นทั่วไป ถ่ายในโอกาสท่องเที่ยว ถ่ายเล่นแบบจริงจังเพื่อเรียนรู้ เป็นต้น เหล่านี้เป็นเหตุผลว่าคุณชอบแบกกล้องตัวใหญ่ๆหรือแบบพกพาสะดวก
  • ดูยี่ห้อที่มีมานาน และต้องเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประเภทกล้อง อันได้แก่ canon, nikon, minolta(ปัจจุบันเปลี่ยนผู้ดูแลเป็น sony), pentax เป็นต้น
  • ดูรูปแบบการรับประกันหลังการขาย คือสิ่งที่คุณต้องหาข้อมูลมากที่สุด ยกเว้นคุณจะไม่คิดใช้สิทธิ์การรับประกัน หมายถึงคุณไม่เสียดายตังค์ เสียก็ซ่อมไม่สนใจ..
  • ร้านที่ไปซื้อเป็นศูนย์ของยี่ห้อใด อันนี้คือสิ่งที่คุณต้องหาข้อมูลเองที่ไม่ยากเท่าไหร่
  • ดูอุปกรณ์ที่ใช้ร่วม ว่า หาซื้อได้ง่ายเพียงใด เช่น เลนส์ แฟลช แบ็ตเตอร์รี่ การ์ดเก็บข้อมูลใช้แบบใด  

แนวทางการเลือก ที่ผมแนะนำมีให้ มีดังนี้

  • หากคุณต้องการกล้องถ่ายรูปเพื่อใช้ถ่าย ทั่วไป ไม่เน้นสีสัน และสัดส่วน และความทนทาน ดูในคอมพิวเตอร์อย่างเดียวไม่อัดกระดาษล้างน้ำยา แนะนำ กล้องดิจิตอลแบบคอมแพ็คทั่วไป ราคาตั้งแต่ 3,000-8,000 ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว
  • หากคุณเป็นคนชอบการถ่ายภาพ ชอบการมีลูกเล่น มีรูปแบบ และสีสัน และสะดวกในการพกพา ไม่ต้องเสริมอุปกรณ์มาก แนะนำ กล้องดิจิตอลคอมแพ็คหรือแบบคอนซูมเมอร์ ราคา 9,000-19,000 บาท
  • หากคุณชอบถ่ายภาพเล่น และเรียนรู้ เน้นสีสันที่ถูกต้อง และต้องการอัดกระดาษล้างน้ำยา แนะนำ เลือกกล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ ราคา 20,000 -30,000 บาท
  • หากคุณรับจ้างถ่ายรูป มีฟังค์ชั่นครบครัน ต้องการสีสันที่ถูกต้อง และอัดกระดาษล้างน้ำยา แนะนำ กล้องแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ ราคา 30,000-50,000 บาท
  • หากคุณเป็นช่างมืออาชีพ ผมคงไม่ต้องแนะนำครับ เพราะหากเป็นมืออาชีพจริงๆ ราคาไม่ใช่ตัวแปร แม้แต่กล้องเองก็ไม่ใช่ตัวแปรสำคัญครับ
  • ข้อมูลตามประสบการณ์ในการล้างอัดรูปด้วยกระดาษล้างน้ำยา จากกล้องราคาไม่เกิน 50,000 บาท

    • กล้องยี่ห้อ Canon โดยมากให้สีสัน ออกจืด อมเหลือง เขียว เหมือนฟิล์มสีโกดัก เหมาะถ่ายภาพบุคคล แนวศิลป์ มาก
    • กล้องยี่ห้อ Nikon โดยมากให้สีสัน สด อมชมพู ไม่ต้องแก้สีมาก หรือไม่ต้องแก้สีเลย  เหมือนฟิล์มสีฟูจิ
    • กล้องยี่ห้อ Sony สีสันเหมือน Nikon
    • กล้องยี่ห้อ Olympus โดยมากให้สีสัน อมเหลืองมาก สัดส่วนของถาพ เป็น 4:3 ล้างอัดกระดาษ 4x6,3x5,8x12 ขอบภาพจะหาย บน-ล่าง
    • กล้องยี่ห้อ Pentax สีสันเหมือน Nikon+Canon สีจัด

    *****ข้อมูลดังกล่าวปรับไวท์บาลานซ์ที่ Manual หากปรับที่ Auto สีสันจะขึ้นอยู่กับสีของวัตถุที่ถ่ายด้วย*****


    เรื่องความทนทาน
     ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน และเก็บรักษา หากราคาเกิน 35,000 เท่าที่เคยพบมาอายุ 5 ปีขึ้นไปก็ยังใช้งานได้อยู่ ที่มีเสื่อมก็เป็นแบตเตอร์รี่ครับ ยกตัวอย่าง ของผมเองมีกล้องยี่ห้อ FUJI S9600 ซื้อมา 19,900บาท ใช้งานมา 4 ปีแล้วอาการเสื่อมที่มีให้เห็นก็เป็นเรื่องของเลนส์ ครับ มันขึ้นรา(ผมไม่มีตู้ดูดความชื้น) เวลาโฟกัสจะช้ามาก และหากซูมไกลๆ ภาพจะไม่คม(ใช้ขาตั้งกล้อง+ปรับสปีดสูงๆ) มีแค่นี้ครับ อ้อ! กล้องตัวนี้ Made In Japan ครับ..เห็นมั้ยกล้องราคาถูกก็อยู่นานได้ถ้ารักษาดีๆ นี่ขนาดผมรักษาแบบทิ้งๆขว้างๆ ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้เลย

    ส่งท้ายด้วย..
    กล้องคอมแพ็ค ราคาถูก ที่สามารถถ่ายในอัตราส่วน 3:2 ได้เหมือนกล้องใหญ่ และให้สีสันได้ไกล้เคียงค่ากลาง คือ กล้องยี่ห้อ Kodak C140,C142 ครับ ราคา 2,990 บาท มันอมเหลืองนิดหน่อยแต่แก้ได้ไม่ยาก ผมถือว่าแจ่มมากทีเดียวในราคาย่อมเยาว์ เพราะกล้องหลายยี่ห้อ มันให้สีสันแตกต่างจากยี่ห้อนี้มาก เท่าที่พบมา

    หวังว่าข้อมูลอันเล็กน้อยนี้คงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ชมนะครับ..